Sunday, April 23, 2006

เมื่อคืนผมฝันถึงเพื่อนเก่า

เมื่อคืนผมฝันถึงเพื่อนเก่า ตั้งแต่ผ่านต้นปีมาอาการนึกถึงเพื่อนเก่าเกิดขึ้นหลายครั้ง มาในหลายรูปแบบ ทั้งฝัน อยู่ดีๆ ก็นึกถึงหรือชวนให้คิดเมื่อมีโอกาสได้ผ่านสถานที่ในอดีต ที่ต้องบอกว่านึกถึงเพราะเพื่อนหลายคนที่ผ่านมาในห้วงความคิดและความฝันเป็นเพื่อนที่ผมแค่รู้จักแต่ไม่สนิท บางคนเคยคุยด้วยแทบจะนับคำได้ ลองสำรวจอาการตัวเองแล้วพบว่าสาเหตุน่าจะมาจากหนังสือรุ่นที่หยิบมาจากบ้าน จำได้ว่าใช้เวลาอยู่นานเปิดดูรูป อ่านข้อความที่เขียนถึงบุคคลิกแต่ละคนในห้อง ย้อนคิดกลับไป เพื่อนบางคนที่เคยพูดคุยกันถูกคอและคิดว่าน่าจะสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนที่ชวนให้คิดถึง ก็มีเหตุให้ผ่านเลยไปหรืออาจเป็นเพราะถูกเฉพาะคอผมไม่ถูกคอเพื่อนก็เป็นได้ มีเพื่อนคนหนึ่งผมอยากสนิทด้วยมากแต่ด้วยความอาย อวัยวะซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เวลาผ่านไปสามปีได้พูดคุยกันไม่ถึงร้อยประโยค จนวันสุดท้ายของชีวิตในโรงเรียน หลังพิธีจุดเทียนจบทุกคนเดินออกจากประตูโรงเรียน เพื่อนที่ผมอยากสนิทด้วยเข้ามาพูดกับผมว่า กลับบ้านทางเดียวกันกับเพื่อนอีกคนใช่ไหม ฝากดูแลด้วยนะ อาการที่เกิดขึ้นทั้งดีใจ เศร้าใจและแปลกใจ ดีใจที่ได้คุยกับคนที่ผมอยากคุยด้วย เศร้าใจที่ต้องจากโรงเรียนไปและแปลกใจกับเพื่อนที่ถูกฝากให้ดูแล ใจผมอยากจะยืนอยู่ตรงนั้นยืดเวลาคุยต่อให้นานที่สุด หวังไกลไปถึงจะพูดสิ่งที่อยากพูดออกไปแต่การพูดคุยกันก็จบเพียงแค่นั้น
ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกันเป็นวันสมัครสอบเข้ามหาลัย หลังสมัครเสร็จระหว่างทางกลับบ้านผมพบเพื่อนอีกครั้งบนรถเมล์ คิดเข้าข้างตัวเองคงเป็นเพราะสวรรค์กำหนด นั่งรถไปก็คิดไปว่าจะชวนคุยอะไรดี จะทำยังไงให้ได้คุยต่อวันหลัง คิดแล้วคิดอีก ผมรู้สึกเวลาผ่านไปไม่นานเพื่อนของผมก็ลงรถเมล์จากไป โดยที่ผมยังนั่งเหงื่อแตกและคิดหาเรื่องที่จะคุยค้างอยู่ในหัว คิดดูแล้วถ้าวันนั้นผมฉวยโอกาสจากทั้งสองครั้ง ได้พูดสิ่งที่อยากพูด ความรู้สึกนึกถึงในวันนี้อาจจะไม่มีแล้ว มีระยะห่างให้คิดเอาเองก็ดีเหมือนกัน
อนาคต....ขอให้ผมยังคงฝันถึง นึกถึง คิดถึงเพื่อนทุกคนตลอดไป

Sunday, April 02, 2006

Pay respect to Chaiyand Chaiyaporn

ตอนแรกที่ผมได้ยินข่าวว่า มีอาจารย์มหาลัยฉีกบัตรเลือกตั้ง คำพูดวิ่งโดยไม่ผ่านสมอง โพล่งออกมาว่า "อาจารย์มหาลัยไม่น่าทำอย่างนั้น น่าจะหย่อนบัตรเพื่อจะเป็นอีกเสียงหนึ่งที่ไม่ลงคะแนน" เวลาผ่านไป 30 นาที ประเด็นนี้ไหลเข้าสู่สมองพลันคิดได้ว่า "เฮ้ยสุดยอดแล้ว ที่อาจารย์ไชยยันต์ ไชยพร ฉีกบัตรเลือกตั้งนี่มันเยี่ยมจริงๆ" และเห็นว่าถ้าคนอื่นฉีกอาจไม่เหมาะสมเท่านี้ เพราะด้วยคุณสมบัติของอาจารย์ เช่น
1.แกเป็นอาจารย์รัฐศาสตร์ภาควิชาการปกครอง แกคงเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว
2.Backup แกดี ไหนจะอาจารย์นิติศาสตร์หรือนักกฎหมายมือฉมังหลายท่าน

ถ้าจะว่ากันตามทฤษฏีของผม ในความเป็นจริงแล้วเรามีสิทธิจะทำอะไรก็ได้ในโลกนี้ แต่แนะนำให้บวกเงื่อนไขง่ายๆ เพื่อจะได้อยู่กันอย่างสงบสุขคือ"ไม่ทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นเดือดร้อนในระดับกายสัมผัสแรกและจิตสัมผัสแรกอย่างรุนแรง"ที่ต้องบอกว่ากายสัมผัสแรกและจิตสัมผัสแรกอย่างรุนแรงเพราะผมเชื่อว่า การใช้สิทธิหลายครั้งของเราโดยธรรมชาติแล้วมีไม่น้อยที่ไปเบียดบังและกระทบสิทธิของสิ่งมีชีวติอื่น แต่เป็นการกระทบในระดับเล็กน้อยโดยที่เราไม่ทันคิดหรือรู้ตัว

ส่วนการฉีกบัตรเลือกตั้งของอาจารย์ไชยยันต์ ผมคิดว่ามีสิทธิอย่างสมบูรณ์ที่จะกระทำ เพียงแต่สิทธินั้นไปกระทบสิ่งไม่มีชีวิตอื่นที่มีการระบุผลของการถูกกระทำไว้ในระดับสัมผัสแรกอย่างรุนแรง แต่จะแตกต่างจากการกระทบสิ่งมีชีวิตตรงที่ว่าการใช้สิทธิที่กระทบต่อสิ่งไม่มีชีวิตอื่นที่มีการระบุผลของการถูกกระทำไว้นั้น ผลดังกล่าวจะย้อนกลับมาหาผู้ใช้สิทธิฝ่ายเดียวเท่านั้น


Original Poster : Thank you for smoking

Saturday, April 01, 2006

06:00 PM Suitable time




ผมชอบเวลาพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าลาจากเราไป ถ้าเราไม่จดจ้องกับมันน้อยคราที่เราจะสัมผัสช่วงเวลานี้ ในขณะที่แสงกำลังจะหมดไป เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้วถ้าใครซักคนต้องการรู้สึกถึงการพลัดพราก ความเหงา ความคิดถึง หรือถ้ามีความเศร้าอยู่เป็นทุนแล้ว อาจชวนให้คิดไปไกลถึงความตาย

365 วัน เรามีโอกาสอยู่กับห้วงเวลานี้มากแค่ไหนกัน หรือโดยธรรมชาติมนุษย์เลือกแล้วที่จะเลี่ยง ความเหงา ความคิดถึง ความตาย



Original Soundtrack Cover : Elizabethtown