Thursday, January 03, 2008

แสงสุดท้าย สักวันหนึ่งเราก็ต้องจากกัน





หลังจากปล่อยให้บล็อกร้างไปนาน ขอเริ่มปีใหม่ด้วยภาพจากโปสการ์ดที่ถ่ายในช่วงเวลาที่ชอบมากๆ เห็นความเหงา เห็นความสุขและรู้ว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องจากกัน

Saturday, June 09, 2007

เวลาในขวดแก้ว


ย้อนนึกกลับไปตอนเด็กๆ ใครๆ ชอบบอกว่า การนั่งคุยกับเพื่อน ถึงเรื่องชีวิต เกมส์ การ์ตูน เรื่องลามกจกเปรตหรือหมกตัวอยู่บ้านเพื่อนทั้งวัน เป็นสิ่งที่กินเวลาชีวิตเราไปโดยเปล่าประโยชน์ มาถึงตอนนี้ผมเองกลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ทำและให้ความรู้สึกที่ดี ยิ่งนานวันช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับผม ผมรู้ดีว่า ตอนนี้ผมมีอิสระที่จะเลือก อยากทำอะไรตามใจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่า คือความรู้สึกกังวลอยู่กับเรื่องเวลาแทบจะทุกนาที เหมือนต้องทำอะไรซักอย่างที่ทำไม่เสร็จซักที ผมไม่สามารถปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่นึกถึงมันได้อีก เวลาสำหรับความสุขตอนเด็กๆ อาจจะถูกย้ายจากตัวผมไปอยู่ในขวดแก้วแล้ว ทำได้แค่มองเห็นและนึกถึงเท่านั้นเอง


Thursday, April 26, 2007

Repeat after me

ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง สิ้นเดือนเมษาใกล้มาถึง ยังหาไอเดียหรือความทุกข์ใดๆ มาถมบล็อกได้ไม่ วันนี้พอจะมีประเด็นมาเขียนก็เอาซะหน่อย เมื่ออาทิตย์ก่อนไปร้านโดเรมี สยามสแควร์ ได้ซีดีเพลงมา 2 อัลบั้ม (แพงโคตร) กลับมาถึงบ้านด้วยความเห่อของใหม่ อันเป็นเรื่องปกติของข้าพเจ้า รีบยัดแผ่นซีดี six feet under ลงเครื่อง เพื่อตอบสนองความอยากในทันใด Track 1- Title theme ผ่านหูไปได้ด้วยดี (ก็แน่ล่ะ ที่ตัดสินใจซื้อก็เพราะชอบเพลงนี้ไง) แต่มาฟังครั้งนี้ไม่รู้สึกว่าเพลงมันเท่เหมือนตอนได้ยินจากทีวีครั้งแรก อนุมานเอาว่าอาจเป็นด้วยพึ่งผ่านการเข้าคอร์สระยะสั้นเรื่องการฟังเพลงในยุค After Postmodernism กับท่านอาจารย์ฟรานซิสมา ซึ่งมีการพูดถึงการซ้ำของท่อนเพลง (repeat) ทำให้การซ้ำของ melody ใน track 1 เป็นเรื่อง ear out ไปซะแล้ว มาต่อใน track 2 ซึ่งข้าพเจ้าก็ทำใจ (ที่ถูกอาจต้องเรียกว่าทำหู) ไว้ในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อเปิดรับเพลงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน การณ์ปรากฎว่า ตั้งแต่ track 2 ไล่ไปจนถึง track 17 (มี hidden song ซะด้วย) ฟังไม่เข้าหูเลย แต่ด้วยความรู้สึกเสียดายเงินและความเชื่อมั่นในสติ๊กเกอร์เครื่องเล่นเสียงโบราณ (Grammy Award) ที่แปะอยู่หน้าซีดี ทำให้ข้าพเจ้า้ต้องเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อจะฟังใ้ห้มันเพราะให้ได้ รอบ 2 รอบ 3 4 5 ผ่านไปจนไม่รู้กีรอบ แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ในที่สุด ในที่สุด ข้าพเจ้าก็ฟังอัลบั้มนี้เพราะทุกเพลงซะที

แต่...ช้าก่อน นั่นเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากติดใจในความเพราะของเพลง นำมาซึ่งการเล่นซ้ำ (repeat) อีกครั้ง ดังนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง ความรู้สึกเดิมกลับมาเยือนคือฟังไม่เพราะอีกแล้ว ด้วยปัญหาเช่นนี้ นำมาซึ่งการตั้งข้อสังเกตของข้าพเจ้า 2 ข้ออันได้แก่

1. เมื่อลองนึกทบทวน รอบเดียวที่ฟังแล้วเพราะมาก มีความเป็นไปได้สูง ว่าเป็นการเล่นรอบที่ 13 อย่างที่รู้กัน Six feet under เป็นเรื่องเกี่ยวกับ funeral business family

2.ปลายทางของการซ้ำ จุดเริ่มต้นใหม่ (End of repetition) หมายความว่ารอบที่ฟังแล้วเพราะ เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ หลังจากดำเนินมาถึงปลายทางแล้วและต่อจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการเล่นซ้ำ (repeat) อีก

จบ ดื้อๆ

Thursday, March 15, 2007

ออกเดินทางกันไหม ไม่ได้บังคับ แต่...

เป็นจริงอย่างที่ผมคิดไว้ การเดินทางไกล กำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง จะมีผิดไปบ้างตรงคนร่วมทาง ที่คิดไว้อาจจะต้องก้าวไปคนเดียว ตอนนี้เมื่อเริ่มต้นกลับมีเพื่อนร่วมทางอยู่ไม่น้อย แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนไว้ว่า การตกลงใจร่วมทางครั้งแรกไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงความคงอยู่ตลอดไป เพราะเมื่อทุกคนกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง ความยากลำบากบนเส้นทางหลักของชีวิตเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า ส่วนหนทางไปสู่จุดหมายยังปกคลุมไปด้วยหมอกหนา จนบางครั้งมองไม่เห็นแม้กระทั่งปลายเท้าตัวเอง

เรื่องที่แย่ที่สุดคือตัวผมเองไม่รู้สึกตื่นเต้น ซ้ำยังมองโลกในแง่ร้าย ภาพปลายทางที่ดี ที่ฝัน ที่หวังไว้ เช่นเมื่อครั้งที่แล้วไม่มีอยู่ในหัวอีกแล้ว สิ่งดีๆ ที่เหลืออยู่อย่างเดียว คือพอจะมีกำลังใจอยู่บ้างที่จะช่วยคนอื่นให้ก้าวไปได้อย่างมั่นใจ

ระหว่างทางคงจะได้เรียนรู้กันอีกมากมาย อาจจะมีการบาดเจ็บบ้าง เจ็บตัวยังพอทนไหว ต้องเตือนตัวเองไว้ เป็นอะไรก็เป็นไป ให้รักษาใจไว้ดีๆ

Sunday, February 04, 2007

10 เรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับผมในปี 2550


ตั้งใจไว้ตั้งแต่สิ้นปีว่าจะโพส entry ใหม่ให้ได้ในวันที่ 1 มกรา แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่รู้มัวทำอะไรอยู่ นี่ก็ล่วงเข้าเดือนกุมภาแล้ว เห็น blog หลายๆ คนสิ้นปี มักจะจัดอันดับ สุดยอดเพลงหรือหนังในดวงใจ ไม่ก็เรื่องประทับใจสำหรับปีที่ผ่านมา ไอ้เราก็ว่าจะเอาก็เค้ามั่ง ใช้เวลานั่งคิดนานมากแต่ก็นึกไม่ออก ใช่ว่าจะไม่มีหนัง เพลงหรือเรื่องที่ประทับใจ แต่ความจำมันสั้น และสมองก็เบลอไปหมด เอาเป็นว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์กับชาร์จไฟสมองที่ฝ่อมาก ผมเลยเปลี่ยนเป็นตั้งโจทย์ให้ตัวเอง "10 เรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับผมในปีนี้" ว่ากันเลยดีกว่า

1.____ไปอเมริกาแล้ว เศร้าและคิดถึงมากๆ (Please fill in the blank)


2..มีนาคม จะมีงานเลี้ยงรวมรุ่นศิษย์เก่าที่วง วันงานยังมาไม่ถึง แต่ระหว่างตามคนนู้นคนนี้ รู้สึกดีที่หลายคน ตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เจอเพื่อนเก่าๆ น้องบางคนอยู่วงไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ตอนนี้โทรไปหาคุยกันสนุกมากมาก น้องบางคนก็ อึม อึ่ม อึ้ม อึ๋ม อึ๊ม จริงๆ เลยนะน้องเอ๋ย

3.ตัดสินใจจะย้ายไปทำงานกรุงเทพฯ รู้สึกหนักหนามากกับเรื่องนี้ พออยู่ที่ไหนจนชินแล้ว ถ้าต้องย้ายจะรู้สึกกังวล หวิวๆ งานที่จะไปทำก็หนักหนาสาหัสสำหรับตัวเองมาก เงินเดือนลดลงแน่นอน แต่ระยะยาวแล้วน่าจะดีมั้ง ทุบหม้อข้าวไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า

4.ผมจะกู้เงินสร้างที่จอดรถทัวร์ที่บ้าน เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ใหม่จริงๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลย สัญญาอะไรไม่รู้เต็มไปหมด แล้วตัวเองก็เป็นคนอืดๆ ด้วย ป่านนี้เอกสารยังไม่เรียบร้อย แม่โทรมาบ่นประจำ แต่ก็ใกล้แล้วล่ะ ยังไงก็ต้องพยายามทำให้ได้

5.ผมจะบวช ผัดผ่อนเรื่องนี้กับแม่มาหลายปีแล้ว ตอนเด็กๆ เคยคิดไว้ว่า เรื่องยากลำบากสำหรับคนที่เกิดมาเป็นผู้ชาย มีอยู่สามเรื่องคือเรื่องการเกณฑ์ทหาร รอดตายแล้วจบ รด มาได้อย่างหวุดหวิด เรื่องบวช กำลังพยายามทำให้มันเกิดขึ้นในปีนี้ให้ได้ และสามเรื่อง จุดจุดจุด สำหรับคนอื่นไม่รู้เป็นไง แต่ผมตื่นเต้นกังวลกับเรื่องนี้มากๆ

6.มันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ 3 ผมจะต้องกลับมานั่งเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง เปลี่ยนสายงาน ถ้าไม่ไปเรียนเอาปริญญาสายงานที่ทำมา อนาคตไม่รุ่งแน่ จนถึงทุกวันนี้ยังเกลียดระบบบริษัททั้งหลายไม่หาย แต่ถ้าไม่ตัดสินใจทำตอนนี้หนทางข้างหน้าอาจจะลำบากแน่ ไม่ยากกลับมานั่งเสียใจเหมือนตอน มอปลาย ที่ไม่ตั้งใจเรียน เสียดายสมองตัวเอง เพราะตอนเด็กคิดว่าเป็นคนฉลาดพอตัว (เอาซะหน่อย) แต่โตมามัวแต่สนใจทำเรื่องอื่น

7.ปรับปรุง blog อันนี้ใหม่ ย้อนกลับไปดู entry แรกยังไม่เชื่อตัวเอง blog มีอายุเกือบ 3 ปีแล้ว แต่ถ้าดูจำนวน entry ที่โพสแล้วถือว่าน้อยมาก ปีนี้จะทำให้มันแจ่มกว่าเดิม ปลุกสมอง ใส่ความคิดสร้างสรรค์เต็มที่

8.จะไปเรียนกีต้าร์ มีกีต้าร์ Yamaha หนึ่งตัว ชีวิตนี้ยังอยากเล่นดนตรีเป็นอีกสักชิ้น เผื่อมีชีวิตรอดไปจนถึงตอนแก่ มีความสุขกับการอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนังและเล่นดนตรี

9.ลดน้ำหนัก เรื่องน้ำหนักมาแรงมากสำหรับปีนี้ เพราะล่าสุดไปชั่งมา น้ำหนักตัวแตะ 90 เรียบร้อยแล้ว ไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวนี้เริ่มหาซื้อเสื้อกับกางเกงใส่ยาก แล้วแฟชั่นมันเป็นอะไรกันก็ไม่รู้ชอบทำเสื้อยืดผู้ชายพอดีตัว ปีนี้จะขอหล่อกับเค้าบ้างล่ะ

10.จะเก็บสตางค์ให้ได้ เป็นเรื่องปิดท้ายที่สำคัญที่สุด คิดไว้ว่าถ้าอยากหลุดพ้นจากวงจรที่เราไม่ชอบ ต้องเก็บเงินให้ได้แล้วบริหารเงินให้เป็น

ปีที่ผ่านมาการเดินทางไกลของผมก่อนหน้านี้จบลงแล้ว ไม่มีใครอยากเดินเพราะรู้ว่าจุดหมายยังไม่ถูกกำหนด ทุกคนกลับไปยังเส้นทางของตัวเอง แต่ดูเหมือนเร็วๆ นี้ผมคนเดียวจะต้องย้อนกลับไปเดินเส้นทางนั้นอีกครั้ง ด้วยจุดหมายที่เลือนลาง ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากลองเสี่ยงอีกครั้งหรือเปล่า สิ่งเดียวที่ชัดเจนตอนนี้ ไม่มีใครอยากกลับมาร่วมหนทางนี้อีกแล้ว
-----------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้กำลังชอบเพลงนี้มาก "เพื่อนของเราชื่อความเหงา" ของ Zentrady เป็นซีดีที่ไม่มีขายแต่จำหน่ายคู่กับหนังสือ ไปร้านหนังสือไม่ยักกะเจอ หายากเว้ย เนื้อเพลงไม่เท่าไหร่ ชอบเสียงกีต้าร์มากกว่า


Thursday, December 14, 2006

เรื่องเศร้าในอนาคต

ผู้ชายคนหนึ่งบอกกับผมว่า

สักวันนึงในอนาคตจะได้ความรักน้อยลง

ผมถามกลับไปว่า แล้วส่วนที่เคยได้มันหายไปไหนครับ

ผู้ชายคนหนึ่งตอบกับผมว่า

สักวันนึงในอนาคตความรักต้องถูกแบ่งไปให้คนอื่นด้วย

ผมถามกลับไปว่า ความรักที่ได้ตอนนี้มีอยู่เท่าไหร่ครับ

ผู้ชายคนนึงตอบกับผมว่า

เท่ากับโลก 1 ใบ

ผมถามกลับไปว่า แล้วเสียใจหรือเปล่าที่อนาคตจะได้ความรักน้อยลง

ผู้ชายคนนึงตอบกับผมว่า

ไม่เสียใจกับความรักที่จะได้น้อยลงในอนาคต

แต่เศร้าใจที่พึ่งรู้ว่า ความรักมีให้อย่างจำกัด