


หลังจากปล่อยให้บล็อกร้างไปนาน ขอเริ่มปีใหม่ด้วยภาพจากโปสการ์ดที่ถ่ายในช่วงเวลาที่ชอบมากๆ เห็นความเหงา เห็นความสุขและรู้ว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องจากกัน

ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง สิ้นเดือนเมษาใกล้มาถึง ยังหาไอเดียหรือความทุกข์ใดๆ มาถมบล็อกได้ไม่ วันนี้พอจะมีประเด็นมาเขียนก็เอาซะหน่อย เมื่ออาทิตย์ก่อนไปร้านโดเรมี สยามสแควร์ ได้ซีดีเพลงมา 2 อัลบั้ม (แพงโคตร) กลับมาถึงบ้านด้วยความเห่อของใหม่ อันเป็นเรื่องปกติของข้าพเจ้า รีบยัดแผ่นซีดี six feet under ลงเครื่อง เพื่อตอบสนองความอยากในทันใด Track 1- Title theme ผ่านหูไปได้ด้วยดี (ก็แน่ล่ะ ที่ตัดสินใจซื้อก็เพราะชอบเพลงนี้ไง) แต่มาฟังครั้งนี้ไม่รู้สึกว่าเพลงมันเท่เหมือนตอนได้ยินจากทีวีครั้งแรก อนุมานเอาว่าอาจเป็นด้วยพึ่งผ่านการเข้าคอร์สระยะสั้นเรื่องการฟังเพลงในยุค After Postmodernism กับท่านอาจารย์ฟรานซิสมา ซึ่งมีการพูดถึงการซ้ำของท่อนเพลง (repeat) ทำให้การซ้ำของ melody ใน track 1 เป็นเรื่อง ear out ไปซะแล้ว มาต่อใน track 2 ซึ่งข้าพเจ้าก็ทำใจ (ที่ถูกอาจต้องเรียกว่าทำหู) ไว้ในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อเปิดรับเพลงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน การณ์ปรากฎว่า ตั้งแต่ track 2 ไล่ไปจนถึง track 17 (มี hidden song ซะด้วย) ฟังไม่เข้าหูเลย แต่ด้วยความรู้สึกเสียดายเงินและความเชื่อมั่นในสติ๊กเกอร์เครื่องเล่นเสียงโบราณ (Grammy Award) ที่แปะอยู่หน้าซีดี ทำให้ข้าพเจ้า้ต้องเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อจะฟังใ้ห้มันเพราะให้ได้ รอบ 2 รอบ 3 4 5 ผ่านไปจนไม่รู้กีรอบ แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ในที่สุด ในที่สุด ข้าพเจ้าก็ฟังอัลบั้มนี้เพราะทุกเพลงซะที 
ผู้ชายคนหนึ่งบอกกับผมว่า
สักวันนึงในอนาคตจะได้ความรักน้อยลง
ผมถามกลับไปว่า แล้วส่วนที่เคยได้มันหายไปไหนครับ
ผู้ชายคนหนึ่งตอบกับผมว่า
สักวันนึงในอนาคตความรักต้องถูกแบ่งไปให้คนอื่นด้วย
ผมถามกลับไปว่า ความรักที่ได้ตอนนี้มีอยู่เท่าไหร่ครับ
ผู้ชายคนนึงตอบกับผมว่า
เท่ากับโลก 1 ใบ
ผมถามกลับไปว่า แล้วเสียใจหรือเปล่าที่อนาคตจะได้ความรักน้อยลง
ผู้ชายคนนึงตอบกับผมว่า
ไม่เสียใจกับความรักที่จะได้น้อยลงในอนาคต
แต่เศร้าใจที่พึ่งรู้ว่า ความรักมีให้อย่างจำกัด